Profil de jjjj's diaryPhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
jj's diaryART & MUSIC & ADVANTURE |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
7 février something newหายไปหานเลย ตอนนี้ลากออกจากที่ทำงานเก่าแล้วล่ะ
แล้วก็ได้งานใหม่แล้วด้วยนะ
งานใหม่เป็นอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิมมากๆ
จากที่ต้องรับโทรศัพท์ลูกค้า พูดทั้งวี่ทั้งวัน
ตอนนี้เป็นงานที่ไม่ต้องพูดอะไรกะใครเลย(ถ้าไม่จำเป็น)
เป็นงานที่อยู่หน้าจอคอมฯตลอดวัน
รู้สึกดีขึ้น ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดๆ
ถึงจะยังเหงาๆ แล้วก็ไม่ค่อยได้คุยกะอะไรกะใคร
ยังไม่มีเพื่อนใหม่
แต่ก็ถือว่าโอเคนะ
มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น
มีเวลาซ้อมกับวง
แล้วก้อคิดว่าคงมีอะไรๆดีๆตามมา
ในอีกไม่ช้า...
14 janvier used to be the bad thing...บางครั้ง ถ้าไม่คิดอะไรมาก มันก็คงจะเป็นการปล่อยให้สิ่งๆหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ผ่านพ้นไปง่ายดาย เคยรู้สึกกับการที่ถูกหักหลัง ก็ถามตัวเองบ่อยๆเหมือนกันว่า หลายต่อหลายหนที่เราทอดถอนใจโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร คงทำได้แค่ทำใจให้คิดว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น when your life is falling down...ไม่ได้มาเขียนนานมากเหมือนกัน หลังจากที่ผ่านมาก็ทำแต่งานๆๆๆๆ รู้ดีว่าการจมอยู่กับความทุกข์และทำร้ายตัวเอง ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น ก็เท่านั้นละมั้ง... 19 août still alive....ความทรงจำเริ่มจะเลือนๆ
ไม่มีเวลาที่จะคิดถึงสิ่งที่ผ่านไป
คิดถึงวันนี้ และวันพรุ่งนี้
ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
หลายต่อหลายอย่าง ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ความรู้สึกของตัวเองตอนนี้
เหมือนเป็นอีกคน จากเมื่อก่อนหลายปีที่ผ่านมา
ความรู้สึกว่า ชีวิตของผู้ใหญ่
มันเป็นแบบนี้?
ความกระตือรือล้น แล้วก็ความบ้าๆ เหมือนแต่ก่อน
มันเริ่มหายไปทีละน้อย
ทุกวันนี้ ทำงาน คุยกับเพื่อนบ้าง
กินข้าว กลับบ้าน
วันหยุด กินเหล้า ฟังเพลง
เมา กลับบ้าน นอน
ไม่ต้องใส่ใจใคร ไม่ต้องห่วงใยใคร
เป็นชีวิตที่อิสระโดยแท้จริง
แรกๆ ก็เหมือนจะเหงาๆนะ
แต่พอผ่านไปซักพัก
เริ่มรู้สึกดีกับมัน
ชีวิตที่ไม่ต้องยึดติดอะไรกับใครเลย
กำลังคิดว่านี่รึเปล่าที่เค้าเรียกว่า .. ความสุข...
1 juillet i'm back~กลับมาแร้ววววว
กลับมาพร้อมกับอาการเปื่อย...
วันแรกที่ไปถึง เกิดอาการเจทแลค จริงๆแล้วไม่ได้แลคอะไรหรอก แต่คงเป็นเพราะไม่ได้นอนเลยมากกว่า
ไปถึงมันก็เลยมึนๆเอ๋อๆไปทั้งวัน
เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก เพราะเดินทางไปถึงที่โน่นตอนเช้า บ่ายก็ต้องไปที่ไลฟ์เฮ้าส์
รอต่อคิวซื้อของทัวร์ ยืนรอเปิดเกท แล้วก็ต้องยืนรอ รอๆๆๆๆๆๆๆ จนถึง ทุ่มกว่าๆ
...
อยากหยุดเวลาไว้แค่นั้น
น้ำตาที่ไหลไปพร้อมกับเสียงตะโกน
แล้วก็เสียงดนตรี
ดังซะจนหูดับ
ไม่ต้องคิดถึงอะไรอีกแล้ว
แค่ FAKE? อยู่ตรงหน้า
แค่เพลงที่กระหึ่มดังก้องไปทั้งหัวสมอง
คนดูที่เบียดเสียด และเหล่า diver
อืมมม
อยากจะบอกว่า
กูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ให้ตาย!!!
ง่วงจัง ไว้มาต่อนะ...
27 juin drunk...นึกยังไงวะ มาอัพสเปซตอนเมาๆเนี่ย -.-*
เปนเอนทรีทิ้งทวนก่อนจะไปญี่ปุ่นวันพรุ่งนี้ละกันนะ
คืนนี้ก็ไปเมาอีก ทั้งที่เลิกงานกลับมาบ้าน อาบน้ำ เตรียมตัวจะนอนแล้วแท้ๆ
แต่อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาว่า กุอยากเมาโว้ยยยยย
แล้วก็ออกจากบ้านไปนั่งร้านเดิม ดูวงดนตรีที่ชอบ เล่นเพลงถูกใจ
ดื่ม แล้วก็กลับบ้าน รุสึกว่าได้ผ่อนคลายซักนิด
ทั้งๆที่ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ อาจจะยิ่งทำให้คิดมากขึ้นไปกว่าเดิม
ชีวิตดูมันว่างเปล่า ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องการอะไร
หรืออยากทำอะไร อยากได้อะไร และทำไปทำไม
มันมีแต่คำถามเต็มหัวสมอง
แต่สิ่งเดียวที่พอจะนึกได้ ว่าไปนั่งดื่มฆ่าเวลา
ให้มันผ่านๆพ้นไปอีกวัน
แต่ละนาที ชั่วโมง
สำหรับกูเอง ทำไมมันถึงผ่านไปช้านักวะ
อยากให้มันผ่านไปเร็วๆ
จะได้ลืมๆ เรื่องเฮงซวยที่เข้ามารกสมอง
แต่รู้ตัวนะ ว่ายิ่งทำแบบนี้ ก็ยิ่งไปยึดติดกับเรื่องที่ผ่านมา
คนอื่นชอบคิดว่ากุเปนพวกลืมง่าย
อะไรๆผ่านไป ไม่จริงจังกับชีวิต
ไม่เคยซีเรียสอะไรเลย
กูเป็นคนยังไงก็ได้
แต่มันไม่ใช่ว่ะ
กูเองก็ตอบตัวเองไม่ได้
ว่ากูกำลังยึดติดกับอะไร
และเพราะอะไร
ทำไม
ชีวิตมีแต่คำถามซ้ำซาก น่าเบื่อ
หวังว่าจะมีซักนิด ที่จะพบกับช่วงเวลาที่ดีกับเค้าบ้าง
แต่มันก็ไม่ค่อยจะมีหรอก
มีแต่เพลง และดนตรี ที่จะทำให้ชีวิตมันล่วงไปอีกวัน
เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้จัง
ทำไมต้องไปยึดติดกับอะไรงี่เง่าด้วย
กูอยากจะร้องไห้ ร้องๆๆๆ เผื่อว่าจะรู้สึกดีขึ้น
แต่มันก็ไม่มีน้ำตาจะไหล
ยิ่งเศร้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งเงียบ
ทั้งๆที่ปกติเป็นพวกร้องไห้กับอะไรได้ง่ายๆ
แต่คราวนี้กลับไม่มีน้ำตาเลย
ยังคิดๆอยู่ ว่ากุกลายเปนคนตายด้านไปแล้วรึยัง
มีแต่คนว่ากูบ้า
กูคงจะบ้าจริงๆ
แต่รู้ไว้เหอะ
ว่ากุกำลังรุสึก่ย่ำแย่เหลือเกิน
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ
สำหรับคนที่บอกว่าไม่อยากให้กุจิตตก
แต่มันก็ไม่สามารถจะห้ามตัวเองได้
พรุ่งนี้กูจะไปแล้ว
ไปหาคนที่กูศรัทธา
และหวังว่าจะช่วยเยียวยาชีวิตเน่าๆของกูได้
มีแต่เสียงเพลงเท่านั้น
มีแต่เสียงตะโกนเท่านั้น
มีแต่พวกบ้าๆ ที่เหมือนกูเท่านั้น
อย่างที่บอก
ถ้ากุไปแล้วไมได้กลับมาอีกคงดี
อยากจะหายๆไป
ไม่ต้องกลับมาเจอกับอะไรทีมันบั่นทอนความรู้สึกอีก
เมาแล้วแม่งพร่ำเพ้อว่ะ
เบื่อตัวเองเหมือนกัน
แต่ก็อย่างที่บอก
กูเป็นของกูแบบนี้
ไม่ว่าจะยังไง ก็เป็นกูอยู่ดีนั่นแหละ
....
fuck....
23 juin Oblivion Dust - DestinationOblivion Dust
Destination Just keep me moving on That's what I'm telling myself I guess I should get fixed All the parts are broken It happens all the time I wonder where I am How long must I wait For everything to end You will never know The time it takes to heal It's taking far to long For everything to end Another lie to taste I love the way they feed me We never had to leave For our destination Can't look you in the eyes I only want a friend The thoughts beneath my face Will anybody care when I fade away...I fade away... I fade away...I'll fade away It happens all the time I wonder where I am How long must I wait For everything to end You will never know The time it takes to heal It's taking far to long For everything to end The insects around me are all hanging on They're feeding on money and not on the tones I'm getting so desperate for something worthwhile You say I have music but that's nothing at all The army inside me is a little confused If you don't need me why you're not letting go You say that they're washed up unable to shine We're sad and pathetic 'cause we've ended up there too It happens all the time I wonder where I am How long must I wait For everything to end You will never know The time it takes to heal It's taking far to long For everything to end I wonder where I am You will never know How long must I wait For everything to end O N Eอีก4วัน จะไปญี่ปุ่นแล้ว
กระเป๋า ยังไมได้จัด
เสื้อผ้า ไม่ได้เตรียม
พาสปอร์ต ไว้ไหนไม่รู้ --.--
เงินยังไม่ได้แลก
ขอฝากให้เพื่อน ยังไม่มี
กูทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมั่งวะ กะทริปนี้
เคน ... คิดถึงนายว่ะ
ไลฟ์คราวนี้เอาให้ตายเลยนะ
กูขอตายที่โน่นละกัน ไม่ยากกลับมาเจอชีวิตเฮงซวยที่นี่อีกแล้ว
ชีวิตกู จะจบไปพร้อมกับ FAKE? รึเปล่า
project STATIC จะมาต่อลมหายใจกูมั้ย?
(กูนี่บ้า...)
สัญญากับยูคิแล้วว่าจะทำกับข้าวให้กิน
ไปคาราโอเกะ แล้วก็นั่งดื่มหลังไลฟ์กับพวกอัคโกะ
ชีวิตอีกด้านของกูกำลังจะเริ่มต้นแล้ว
และมันคงจะผ่านไปเร็วอีกเช่นเคย
แต่ไม่ว่าจะยังไง
กูก็ยังเป็นกูอยู่ดีนั่นแหละนะ
finding the meaning of life...มานั่งคิดๆ ชีวิตกูนี่น่าเบื่อจัง ทุกอย่างเริ่มเหมือนเดิมอีกแล้ว
ไม่มีอะไรเลยแหะ
มีคนบอกว่ากูใจดี
นั่นละคือข้อเสีย เพราะกูไม่เคยปฏิเสธอะไรจริงๆจังๆ
ไม่ว่าใครจะให้ทำอะไร ขออะไร กูไม่เคยปฏิเสธ
กูอยากจะบอกว่า กูไมได้ใจดีหรอก
กูก็เป็นของกูแบบนี้แหละ
เป็นคนเชื่อใจคนอื่นง่ายเกินไป
มองคนในแง่ดีเกินไป
การรู้จัก หรือคบใครซักคน กูไม่เคยคาดหวังหรอก ว่าจะได้อะไร
แค่ทำให้กูรู้สึกดี และไว้ใจกันได้ เชื่อใจกัน
และไม่ทำให้กูเสียใจ มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่เห็นจะต้องคาดหวังเลย
แต่อย่างที่บอก ชีวิตกูมันงี่เง่า
กูเชื่อใจใคร คนนั้นต้องทำกูเจ็บทุกที
ตอนนี้กูบอกตัวเอง กูสมควรที่จะอยู่ตัวคนเดียว
แต่มันก็เหงาเป็นบ้า นั่งกินเหล้าคนเดียว
จะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใคร จะหัวเราะ จะร้องไห้กับใครวะ
ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครยื่นมือเข้ามาหรอกนะ
แต่กูเลือกที่จะไม่ยื่นมือตอบกลับไป
เพราะกูกลัวเหลือเกิน ว่าการเชื่อใจใครอีก มันจะฆ่ากูเหมือนกับที่ผ่านมา
ไม่มีแม้คำลา หรือคำขอโทษ
มีแค่ความรู้สึกค้างๆคาๆ
ว่ากูผิด? หรือใครผิด?
18 juin escape from...เพิ่งกลับมาจากทำงาน ก็ไม่หลับไม่นอนแหะ ยังไงของมัน
ตอนนี้ชีวิตเริ่มจะเข้าสู่ระบบเดิม ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว ไปทำงาน ทำงานเสร็จ กลับมา(นั่งทำเห้ไรไม่รุ) แล้วก็นอน ตื่นไปทำงาน เหอๆๆ ชีวิตกุนี่น่าเบื่อจิงๆ มะวานไปนั่งดื่มที่ร้านประจำ แล้วนัดเจอกะเพื่อนสมัยเรียน
ไม่ได้เจอกันนานมาก นั่งคุยกันนิดหน่อย ดื่ม แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ก็ผ่านไปอีกวัน วันนี้ทำงาน เสร็จแล้วกลับมาบ้าน ก็ผ่านไปอีก 1 วัน พยายามจะทำให้เวลามันผ่านไปเร็วที่สุด
จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องงี่เง่าให้รกสมองอีก แต่ให้ตายเหอะ ที่ทำงาน วันอาทิตย์ สายมันโล่งชะมัด
สรุปว่า สติแตกตอนนั่งทำงานนี่แหละ
เพราะมันว่างจัด ไม่มีไรให้ทำเท่าไหร่
เล่นเนตก็ไม่ได้ นั่งคุยกะเพื่อนก็ไม่ได้
ฟังเพลงก้อไมได้ ทำเห้ไรไม่ได้ซักอย่าง
ได้แต่นั่งเปนหุ่นยนต์ รอให้มีสายเข้า
เออ ซักวันกุคงจะบ้าว่ะ...
เอ... หรือว่าบ้าไปแล้วก็ไม่รู้
เลิกงานเที่ยงคืนกว่าๆ เพื่อนที่เจอกันเมื่อวานโทรมาหา
คุยสารทุกข์สุกดิบกัน
เพื่อนกุนี่ก็ช่างเสือกจริงๆ ถามแม่งหมดทุกอย่าง
กุก็บ้า เล่าให้แม่งฟังหมดทุกอย่าง
แล้วก็จบๆไป
ไม่มีอะไร
แต่ก็นะ พูดไปแล้ว ก็คิดถึงเรื่องเก่าๆอีก
จะมาถามทำซากไรวะ ให้กูคิด
เห้ออ
แล้วมะไหร่จะลืมได้ละวะเนี่ย????
16 juin come aliveถึงตอนนี้จะเหมือนคนที่ยังลืมตาตื่นไม่เต็มที่
แต่ก็เหมือนมีนาฬิกาที่อยู่บนหัว ดึงขึ้น และพยายามปลุกให้เราตื่น ให้มาเจอกับวันที่กำลังจะมาถึง
ก็ยังเมาอยู่แทบทุกวัน
ก็ยังดูดบุหรี่จัดเหมือนเดิม ก็ยังซึมเศร้าเป็นบางครั้ง และ ก็ยังคิดถึงเรื่องเก่าๆ
ความรู้สึกที่เข้ามาใหม่คือ การพยายามเอาชนะตัวเอง
และการพยายามที่จะทำอะไรซักอย่าง เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกว่า
ชีวิตนี้ กูสูญเสียไปหมดแล้วทุกอย่าง
รุ่นพี่ที่ทำงาน เรียกไปคุยด้วยความสงสัย
ว่าทำไมตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆไป
ไม่ต้องพูดก็เดากันได้ละนะ
พี่บอกว่า อะไรที่เป็นของเรา มันก็ต้องเป็นของเรา
แต่ถ้าอะไรที่ไม่ใช่ ... ให้ตายยังไง มันก็ต้องจากไปซักวัน
ทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลานั้น
และสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ... อย่าอยู่คนเดียว
อย่าอยู่คนเดียว อย่าอยู่คนเดียว
เป็นคำที่เหมือนกับจะปลุกให้ตื่นเลยนะ
ฟังแล้วรู้สึกดีขึ้นมาทันที
ใช่แล้วล่ะ ถ้าเรามัวแต่จมอยู่กับตัวเองคนเดียว
ไม่มองดูคนอื่นบ้าง
มันไม่มีวันที่จะดีขึ้น
เดือนหน้าก็คิดว่าจะลาออกจากงานแล้ว
ไปหาอะไรที่ควรจะทำและเหมาะกับตัวเองมากกว่านี้
ขวนขวายหามือกลองคนใหม่
แล้วจัดการทำเพลงของตัวเองให้เสร็จซะที
ถ้าเราไม่สร้างกำลังใจให้ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
จะไปหวังให้ใครสร้าง?
FAKE? จะช่วยเยียวยา
แต่สุดท้าย คนที่รักษาเรา ก็คือตัวเราเอง
เปลือกตาที่มันหนัก ตื่นขึ้นอย่างยากเย็น
แต่ถ้าไม่ตื่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาย
ปัญหามีไว้แก้ไข ไม่ได้มีไว้ให้หนีใช่มั้ย?
13 juin hang...ตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัว คลื่นไส้ คอแห้ง แล้วก็เอ๋อๆไปทั้งวัน
นึกถึงเรื่องเมื่อคืน ร้สึกแย่ แย่ลง แย่ลงเรื่อยๆ
ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมถึงต้องทำอะไรแบบนั้น
แม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาทางออกยังไงที่ดีกว่านี้
ใครๆก็บอกว่า การดื่ม ทำลายสุขภาพ ทำลายสติ และความเปนตัวเอง
เรื่องวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้น และจบลง มันก็มาจากความเมาไม่ใช่เหรอ?
มันก็จริงอีกน่ะล่ะ
ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแย่เท่านี้มาก่อนเลย
จากที่สูบบุหรี่วันนึงไม่กี่มวน ตอนนี้วันละซองยังเอาไม่อยู่
ทำงานก็ไปทำมั่ง ไม่ไปมั่ง
เมาตื่นไม่ไหว ก็ลาป่วยซะ
แล้วไอ้ที่พูดๆ เคยเตือนคนอื่น ได้เอามาใช้กับตัวเองมั้ย?
ใช่ รู้ดีทุกอย่าง ว่าอะไรมันควรทำ หรือไม่ควร
แต่กุก็คนธรรมดาคนนึง
เวลาดีใจ ก็หัวเราะ เวลาเศร้า กุก็ร้องไห้
เวลากุเสียใจ ก็เมา
กุผิดตรงไหน?
ถ้ากุจะตายๆไปซะวันนี้ มันจะเป็นยังไง?
ก็แค่มีคนไม่กี่คนที่ร้องไห้
ชีวิตอาจจะไมได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก
ถ้ากุเห็นแก่ตัวพอ กุก็อยากจะหนีไปแบบนั้น
ไม่อยากกลับมาอีก กลับมาเจอกับเรื่องเดิมๆ ซำๆซากๆ
กุทุเรศดัวเอง
เมื่อไหร่มันจะจบวะ
ไอ้ความรู้สึกนั้นเมื่อไหร่จะหายไป
อยากจะร้องไห้
แต่ก็ไม่มีน้ำตาจะให้ไหล
กุไม่เคยคิดแค้นใคร
ได้แต่แค้นตัวเอง
กุไม่เคยคิดอยากให้ใครตาย
นอกจากตัวเอง
กุเหนื่อยแล้ว....
11 juin กับสิ่งที่ยึดติด... ภาค2วันนี้อารมณ์รั่วเป็นพิเศษ ไม่ได้เมามาจากไหน แค่มันว่างจัดละมั้ง
ว่ากันด้วยเรื่องที่ตัวเองค่อนข้างจะยึดติดอีกอย่าง นั่นก็คือ ดนตรี
ใช่คับ ตัวเองน่ะรักดนตรีมากกกก แต่รุสึกว่าจะเอาดีทางนี้ยากมากมาย
ชอบการตีกลอง ชอบเล่นกีต้าร์ ชอบร้องเพลง
แต่สิ่งที่ทำให้ตัวเองเริ่มจริงจังกับมัน มาจากคน2คน
Ken & Inoran หรือว่า FAKE? นั่นเอง
ครั้งแรกที่ได้ดูไลฟ์ และฟังเพลง Dreamlife613 ก็เกิดอาการsensitiveขึ้นมา
ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแบบหาเหตุผลแทบไม่เจอ
จนมานั่งคิด หลังจากไม่ได้หลับได้นอน
เออ กูอยากจะเป็นแบบพวกมันมั่งจังเลยนะ
ไลฟ์แบบนั้น คนดูแบบนั้น เพลงแบบนั้น ถ้าเกิดมาแล้วได้ทำแบบนี้ซักครั้ง
ไม่เสียดายที่เกิดมาเลยแฮะ
จากนั้น2ปีให้หลัง ก็เริ่มรวบรวมสมาชิกในวง หาเอาตามเนต ตามบอร์ดต่างๆบ้าง
เพื่อนๆ น้องๆ แนะนำให้รู้จักบ้าง จนกลายมาเป็นวงดนตรีที่ลุ่มๆ ดอนๆ 1 วง
ที่ใช้ชื่อว่า 99 stangs .. (คาดว่าคงไม่ต้องแปลความหมาย)
ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบฟังเพลงเกือบทุกแนว
แต่แนวที่ชอบก็คงจะไม่พ้น rock ที่ออกจะหนักๆ แต่มีเมโลดี้สวยๆ
โชคดีที่ทุกคนในวงก็ชอบอะไรคล้ายๆกัน
เพียงแต่ว่าสมาชิกที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่นนั้น เวลาไม่ค่อยจะตรงกันเอาซะเลย
จนถึงทุกวันนี้ เพลงที่แต่งกัน ก็ยังไปไม่ถึงไหนซะที
แต่ก็ยังพยายามกันต่อไป ถึงแม้ว่าจะนาน น๊าน นาน แล้วก็ตาม
วันนี้นั่งดูหนังชิวๆไป 2 เรื่อง
เก็บเอาคำพูดของตัวละครมานั่งคิดนิดนึง
เมื่อนางเอกถามพระเอกว่า คุณมีความฝันไม่ใช่เหรอ?
พระเอกตอบว่า ใช่ ผมมี
และความฝัน มันก็คือความพยายามที่ผมทำมัน แล้วพอตื่นขึ้นมา มันก็ไม่มีอะไรเหลือเลยยังไงล่ะ อืมมมม จริงแหะ
ถ้ามัวแต่ฝัน มันก็ไม่มีวันเป็นจริงสินะ
ต้องลงมือทำเท่านั้น
เหมือนกับเนื้อเพลง Dreamlife 613
Life like a dream
Sometimes I wonder when I'll be... Be waking up ซักวันก็หวังว่าจะตื่นขึ้นมาแล้วมันเป็นจริงอย่างที่ฝัน
ว่าแล้วก็ต้องพยายามกันต่อไป...
หนังเรื่องที่2 จำชื่อเรื่องไม่ได้ เกี่ยวกับคนติดคุกที่เพิ่งพ้นโทษ
และต้องทำตัวให้สังคมยอมรับ
กับคำที่ลุงคนนึง สอนพระเอก
ถ้านายแยกแยะสิ่งที่ถูกต้องกับสิ่งชั่วร้ายไม่ได้
ชีวิตนายก็ไม่มีค่าอะไรเลย
เอาละคับ ต่อไปนี้จะคิดจะทำอะไร ก็จงแยกแยะซะ
ว่าสิ่งที่ทำไปมันถูกแล้วรึยัง และถ้าทำผิดไปแล้ว เราจะหาหนทางแก้ยังไงดี
ทำซะให้มันถูก
ไม่ใช่เพื่อให้ดูดี
แต่เพื่อให้ชีวิตที่เหลือ มันยังมีคุณค่าอยู่บ้าง
โอย เป็นวันหยุดที่ได้สาระชิบหาย
โอเค พรุ่งนี้ไปเมาต่อ ...(อ่าว)
กับสิ่งที่ยึดติด...ในระยะหลายวันที่ผ่านมา มานั่งคิดย้อนกลับไปถึงเรื่องเก่าๆ
ไม่ว่าจะมีเรื่องไม่สบายใจแค่ไหน หรือเป็นทุกข์ยังไง ก็ไม่เคยจะเล่าให้ฟัง แต่ทุกครั้งที่คิดว่าตัวเองเกินจะรับไหว ก็มักจะไปหาคนๆนึง เค้าไม่เคยรู้หรอก ว่าเราเจอกับอะไร ยังไง มาบ้าง แต่เค้าก็จะถามแค่ กินข้าวมารึยัง? แล้วเราก็ยิ้มให้ แค่ได้เห็นหน้า ก็รู้สึกสบายใจ ไม่ต้องเล่าอะไรให้ฟัง ก็เหมือนกับได้ระบายทุกอย่าง คนที่เป็นห่วงเราที่สุดในโลก ความรู้สึกที่สามารถพูดได้เต็มปาก ว่ามันคือ ความรัก เพราะสิ่งที่คล้ายกับความรัก เราเข้าใจมันผิดๆอย่างฉาบฉวย แล้วในที่สุด มันก็กลายเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ แต่ ความรัก ที่คนๆนี้มีให้เรา ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไปจนถึงวันตาย
คนที่ไม่เคยตัดสินเรา เพียงแค่ภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยิน หรือสัมผัสผิวเผิน
แม่สอนว่า จงอย่าวิจารณ์ใคร ถ้าตัวเราไม่ได้ดีไปกว่าเค้า ขอบคุณมากๆ สำหรับคำสอนนี้ เพราะเราเองก็ไม่อยากเอาตัวเองไปเทียบกับใคร ไม่ว่าจะดีกว่า หรือเลวกว่า แต่สิ่งที่คิดว่าตัวเองแย่มากๆ ก็คงเป็นเรื่องทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง บางครั้งก็พูดจาทำร้ายคนอื่นได้ง่ายๆ แล้วก็มานั่งเสียใจ ว่าไม่น่าจะทำอย่างนั้นเลยนะ รู้ตัวเลยล่ะว่า ลึกๆ เป็นพวกอารมณ์รุนแรง ไม่ว่าจะเป็น รัก โกรธ หรือเกลียด เพียงแต่จะเก็บอาการ ไม่แสดงออกมากน้อยแค่ไหน เคยนับถือคริสต์ตามที่บ้านอยู่พักนึง (เปนแฟชั่นรึไงวะ -.-")
ว่า พระเจ้าสอนให้เรารักกัน หากมีคนคบแก้มซ้ายของท่าน
จงยื่นแก้มขวาให้ตบด้วย
แต่รุสึกว่าคำสอนจะไม่ค่อยซึมซาบแหะ
เพราะดันไปกลับคำสอนของพระเจ้าซะ ว่า...
หากมีคนมาตบแก้มซ้ายของท่าน
จงกระทืบมันให้กอง...
55555
คือเป็นโรคเกลียดการดูถูกคนอื่น พอๆกับที่คนอื่นดูถูกเรา
ตัดสินเราโดยใช้อัตตาของตัวเอง
ไม่เคยศึกษาเรา แต่กลับคิดว่าอ่านเราออกหมดทุกอย่าง จริงอยู่ ภายนอก คนเราอาจแตกต่างจากภายในมาก
แต่มันก็ไม่ใช่บรรทัดฐานที่จะเอามาตัดสินว่าใครเป็นยังไง
หลายๆครั้ง ที่ทำตัวเหมือนประชดคำแดกดัน
ว่ากุเลวดีนัก เดี้ยะ กุเลวให้สมใจอยาก
เฮ้อ แย่แหะ
ทำไปก็ไม่สบายใจนะ แต่ในเมื่อที่สุดแล้ว ถ้าตัวเรายังไม่เข้าใจตัวของตัวเอง จะหวังให้ใครมาเข้าใจ?
คนอื่นจะมองยังไงก็อย่าไปแคร์เลย
บอกกับตัวเองแบบนี้ก็ค่อยปล่อยวางไปได้หน่อยนึง
คิดซะว่า เราเองก็มีวิถีชีวิตของเรา และจงเคารพมันซะ
จะให้บอกกับคนอื่นว่า ชั้นน่ะเป็นคนดีนะ ก็คงพูดไม่ได้หรอก
แต่จะให้บอกว่าเลวววว มันก็ไม่ใช่อีกแหละ
เป็นคนครึ่งๆกลางๆยังไงชอบกลนะเนี่ย
สำหรับคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก็ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญๆที่ต้องจำไว้
แต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป เพราะมาจากคนละครอบครัวนิ ไม่ได้เป็นคนมีแฟนเยอะอะไรหรอก (ปากมันไปงั้นละคับพี่น้อง) และก็ไม่คิดว่าตัวเองเหมาะที่จะใช้ชีวิตอยู่กับใครซักคนไปตลอดชีวิต เคยดูหนังเรื่องนึง ที่แม่กับลูกคุยกัน ลูกบอกว่า บางครั้ง ผมก็คิดว่าผมไม่เหมาะกับครอบครัวนี้
แม่ก็บอกว่า แม่ก็เคยคิดว่า ว่าคนอย่างเรา ไม่เหมาะกับอะไรทั้งนั้นเหมือนกัน จะว่าเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นยาก ก็ไม่ใช่
แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง อันนี้เรื่องจริง เพราะการที่มีแฟน หรือคนรัก แล้วทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเอง
นั่นมันนรกชัดๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตายด้าน รักใครไม่เป็นหรอกนะ
ถ้ารักและคบด้วยแล้ว ก็คบกันไปยาวๆเลยเหมือนกัน ความรักก็เหมือนกับเป็นการศึกษาอย่างนึง
เรียนรู้คนที่เข้ามามีบทบาทกับชีวิต
สิ่งที่เราได้จากเค้า และเค้าได้จากเรา
บางทีก็สุข บางทีก็ทุกข์
แต่ส่วนมาก งี่เง่า 55555
มีรุ่นน้องบอกไว้ว่า ผมว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามนะครับ
ถ้าเรามีมันให้ถูกที่ถูกเวลา จริงครับไอ้น้อง แต่มึงไม่รุเรอะ
ความรักมันมาเหมือนห่าฝน ไม่บอกอะไรทั้งนั้นแหละ
จะมามันก็มาเอง แล้วจะให้มันถูกที่ถูกเวลาได้ยังไงกันเล๊า -.-*
เพื่อนหลายคนเคยว่า ... มึงนี่นะเหมือนอะมีบา
... เออ มี2เพศในตัวเดียว
บางครั้งก็ห้าวซะ (ถึก)แข็งแรงมากกกกกก
แต่ใครอย่ามาว่ากุเปนทอมนะ โกดดด (แต่บอกว่ากุเท่ห์ละชอบบบ กริ้ววว) ปากก็หมา ออกแนวถ่อยๆ (จะถ่อยกับคนที่ควรถ่อยด้วยเท่านั้นนะขอรับ หึหึหึ)
เออ ไอ้บ้า...
แต่บางที มันก็เปนหยิงซะ นางสาวไทยตกเวทีตายไปเลย 5555
เป็นเรื่องของความอ่อนไหวมากกว่ามั้ง
เพราะรุสึกว่าตัวเองเป็นคนที่ไวต่อความรู้สึกต่างๆมาก
นิดๆหน่อยๆก็เฟล ก็เส้าแระ ไม่งั้นก้อจะหงุดหงิด ตีอกชกหัวตัวเองตายไปเลย
เอาล่ะ ผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกเลวร้ายมากๆมาแล้ว
ถึงตอนนี้ยังรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย
ก็ยังพอจะหายใจต่อไปได้ละนะ
ตั้งใจทำในสิ่งที่คาดหวังไว้ให้สำเร็จดีกว่า
เรียกได้ว่า จะไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่เราต้องการจะไขว่คว้ามัน
อะไรที่ผิดพลาด หรือหลุดลอยไปแล้ว
จะให้เรียกกลับมาคงไม่ได้หรอก แต่เราก็ทำให้วันต่อไปดีขึ้นได้นี่นะ
ในวันที่คิดว่าตัวเองไม่เหลือใครเลย
ก็ขอให้มองกระจก ดูหน้าโทรมๆตายซากของตัวเอง
แล้วก็บอกกะมัน ... จงอยู่เพื่อตัวมึงเองสิวะ
ไอ้ที่ผ่านๆมาน่ะ ไม่ใช่คนรักมึงหรอกโว้ย
โน่น คนรักเมิงอ่ะ นั่งรอมึงกินข้าวอยู่ที่บ้านโน่น
เหมือนโดนตบเข้าจังๆ .. เมาๆอยู่นี่สร่าง
เออ จิงแหะ
55555
7 juin judge me ... if you pleasewhat da hell was going on to me!!!
you dont know me ... nothin' but you said like you read me all of my life
who you are?
godness? damn it!
i look like the man who love to do that things?.. right?
that's so sad and sympathize with your mind i dont want anybody to understand me
i do know myself and love the way i am
shut up
and stay in your darkness place
living in your suckin deep ass hole
stay away from me
i pray....
23 avril Fighting for Summer Tour!!!FAKE? LIVE AT LIQUIDROOM EBISU TOKYO!
The only one live for this summer will happen on 28 of June under name [ O N E ]. That's the great time to visit Japan again for me... and it's may be my shortest scheduel. I plan to go to Okinawa for the MIYAKO Rock Fest. on 23th first, but it's very very hard to find the perfect time matching between my working day-off and flight connection. Futhermore, the bigger problem is my pocket money!!!
I must have 40000 THB for air fare also international and domestic flight. That's too much!!
So, I guess the date around 26-30 will be fine. Miss you all friends!!!
JJ 9 décembre Live gose on! My next scheduleYeah... Time has come
FAKE? live tour 2007 will start at the end of Jan. through the early of Feb.
Me and Aey will join them live concert with our FAKER? friends together The Big big problem of this tour was MONEY! T-T (Everyone needs it right?)
I have to stay for 12days!!! How much of cost I will spend it!????
TvT Ready to die for....
Okey! just a little bubble
Let's see the schedule~
26 Jan. - FAKE? at Shinsaibashi Club Quottro (>.<<<<<)
27 Jan. - Glay 'Love is Beautiful' live tour 2007 at Fukuoka Convention Center (Aey request)
28 Jan. - Glay 'Love is Beautiful' live tour 2007 at Fukuoka Convention Center (Aey request)
29 Jan. - PayMoneyToMyPain & SUPE live tour at Shinjuku Loft Tokyo (>.<)
03 Feb. - Glay 'Love is Beautiful' live tour 2007 at Saitama Stedium (Aey request) 04 Feb. - FAKE? the final tour at Ebisu Liquid Room Tokyo ( ^0^//)
At the first time before dicision I plan to go to Ellegarden tour at Zepp Nagoya on 28 Jan.
but that's hard to find the live ticket. I found the tkt from Yahoo auction Its price was 20000Y!!! damn! that's so expensive T-T...
About the tkt reservation I'd like to thank my Japanese friend 'Yuki' for the support
She reserved all tkt for us
Thanks for your kindness again friend!!!
Finally, See you there!!!
19 novembre Live report @ Incheon Pentaport Rock Festival 2006 KOREA
18 octobre 3 Days in Shanghai & Lion Heads live at ARKThis is my first time in Shanghai China ^^ Me and Aey came here for join the live event of Lion Heads (Sakura's band) It had taken time 4 hrs from BKK to SH We leaved from BKK on Oct.5 at night and arrived at SH in the morning of Oct.6 We came to the ARK livehouse at the afternoon for pick up the live tickets
those had reserved by phone call from couple weeks ago. The ARK stay at the Xintiandi arcade. It is the foreign tourists spot shopping,
but everything so expensive.
The tickets had booked for the live performance on Oct.7
included dinner party with Lion's members. The price was 358 RMB (Chinese Yuan) per person.
The first meal at Shanghai was not Chinese food. We had served with Italian couse such as
Mashroom Soup, Pepperoni Meat Pizza, Salad, Grilled Chicken and Smoked Ham Spagetti.
The price was 200 RMB per 2 persons.
In the evening, Me and Aey went to the Yu-Yuan night shopping arcade.
Buildings around here were built with the combination style between old Chinese traditional and western classical design. I worte the live report of the date 7 Oct. at my another diary (Thai only)
They included the photographs from live concert check this entry --> http://guboard.exteen.com/20061012/lion-heads-live-in-ark-shanghai-07-10-06 5 septembre jj's diary live space RENEWAL^^" กลับมาตายรัง หลังจากไปเปิดไดใหม่แต่ไปไม่รอดเพราะว่าพื้นที่เต็ม อัพไรเพิ่มไม่ได้แล้ว เลยปล่อยให้ dreamlife613.net เป็น THA FAKER? อย่างเดียว ตอนนี้ก้อเท่ากับว่ามี diary จริงๆอยู่3ที่ คือ exteen, gumove.com แล้วก้อที่นี่ แต่ก้อว่าจะย้ายจาก gumove มาที่นี่แล้วเหมือนกัน เพราะเหตุผลเดียวกันคือ พื้นที่เต็ม เซ็งโคด T-T
จะทยอยอัพไปเรื่อยๆละกัน (ว่าแต่ใครจะเข้ามาอ่าน??) 55555 26 avril Private #21: Last tripไม่อยากไป แต่ก็ต้องไปจนได้ เรื่องของเรื่อง ขี้เกียจขับรถ -.- กลับบ้านคราวนี้ก็ไม่มีอะไร ส่วนมากก็ปลีกตัวไปอยู่คนเดียวเช่นเคย นั่งคุยกับหมาแมวไปเรื่อยเปื่อย (เพราะมันคุยกะคนไม่รุเรื่องแร้ว) แมวลายเสือ2ตัว ไม่รุว่าชื่อไรมั่ง แต่ไอ้ดัลเมเชียนที่ญาติๆยกให้ตัวนี้ ชื่อ ทับบี้ (มาจาก เทเลทับบี้ นั่นล่ะ) มันน่าสงสารอ่ะ ทำไมถึงต้องโดนทิ้งนะ ... ช่างเหอะ วันนั้นแดดดี เลยถ่ายรูปต้นไม้กับดอกไม้แถวๆบ้านเอาไว้ แสงมันดูอบอุ่นดี แต่อากาศร้อนบรรลัย -*-
16 février Private #18 : TvT My lovely 903รักมากกกกคับ มือถือเครื่องนี้ ซื้อหลังจากที่กลับจากญี่ปุ่น เดือน กย ที่ผ่านมานี่เอง
ยุ่งมิให้ไต่ ไรมิให้ตอม
แต่ปากดว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่กะลังขับรถ ก้อหยิบมือถือขึ้นมาสแตนบาย เตรียมจะเอาไปถ่ายรูป ร้านที่ไปติดต่อเพื่อจะจัดงานคัฟเวอร์ ... พอเปิดประตูรถ
แป้ก...
หือ?
ครืดด...
แว๊กกกกกกกก
สรุปว่า มันตก แต่ไม่แค่นั้นขอรับ ไอ้เจ้ เหยียบพรืดดดด จนฝาหลังน้อง 903 กระเด็นกระดอน
หัวใจแทบแตกสลาย T0T โฮ......
ต้องยอมรับความทนทาน เพราะนอกจากรอยถลอกรอบคันแล้ว อย่างอื่นปกติ สามารถใช้งานได้แจ่มแจ๋วตามเดิม
สุดยอดจริงๆลูกแม่!! ไม่เสียดายเงินที่ซื้อมาเลยว่ะเฮ้ย! (2xxxx โดยประมาณ)
คงต้องโทษตัวเองอ่ะนะ เพิ่งซื้อซองซิลิโคนมาใส่แท้ๆ แต่ด้วยความไม่เคยชิน มันหนืดๆมือ เลยถอดออก
นั่นไง ... ความประมาทเป็นหนทางไปสู่ความชิบหายวายป่วงอย่างแท้จริง ... T-T
ps. ส่วนไอ้คำว่า FAKE? Edition นั่นน่ะ 55555 เอิ๊กๆๆ เอาสติกเกอร์ไลฟ์ทัวร์ของเฟคมาติดเอาน่ะคับ เลยยิ่งทำให้รักมันเข้าไปเป็นทวีคูณ ว่าจะหาร้านซ่อมสีและตัวถัง(มือถือหรือรถยนตร์วะไอ้เจ้)แถวๆ MBK แต่ปากดว่า ไม่มีร้านไหนรับอะคับ ต้องส่งเครื่องกลับบ้านเกิดมันที่ญี่ปุ่นสถานเดียว เลยกะว่า เดือน มิย ถ้าได้ไปก็จะเอาไปซ่อมที่โน่น หวังว่าคงจะมีอะไหล่นะ ไม่งั้นคงได้เสียเงินซื้อใหม่อะคับ เป็นอะไรทีรักมากนะเนี่ย งือออ 15 janvier Private #14 : Unbelieveable Unforgetable Untouchableเมื่อวานเพิ่งจะได้ DVD FAKE? มาสดๆร้อนๆ ลูคุงผู้ใจดี เปนคนเอามาให้ พร้อมกะ album the best of แร้วก้อ No name? calendar2006 (ไว้จะแสกนมาให้ยล)
แต่สัญญากับเอ้ว่าจะดู GLAY Expo2004 ให้จบซะก่อน เพราะงั้นกว่าจะได้ดู FAKE? ก็เกือบตี1แล้ว เพลงแรก... Classic เป็นเพลงที่ชอบมากๆ ขึ้นอินโทรช้าๆ แล้วก็รัวใส่ไม่ยั้ง เป็นแนวพังค์ที่ชื่นชอบเหลือเกิน แต่ทำไม วันนี้มันฟังแล้วเศร้าจัง ... มันขนลุกไปหมดเลยล่ะ เสียง Ken น่ะ มีพลังขนาดนั้นเชียวนะ สั่นความรู้สึกจนมันคลอนไปหมดเลย ... แล้วก็เพลงที่ 2 Color don't change ชอบความหมายของเพลงนี้นะ ... นึกถึงตอนไปดูไลฟ์ จริงๆแล้ว อยากจะไปดูไลฟ์วันที่ 25 (ที่เค้าเอามาทำเป็น dvd นี่แหละ) แต่เพราะบังเอิญไม่ได้เป็นคนญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นแฟนคลับ ไม่ได้เป็นอะไรซักอย่างที่พอจะมีสิทธิพิเศษอย่างแฟนเพลงคนอื่น แม่ง... เจ็บใจ แต่ก็เอาเถอะ ถึงแม้ว่าจะได้ตั๋วของวันที่17 มาแทน ก็ยังดีกว่าไม่ได้ไปดูเลยไม่ใช่เหรอไง??? อืมม กลับมาที่ dvd ต่อ ... ต่อจากเพลง Color don't change ก็เป็นเพลง Utopia .. แค่อินโทร Ken ยังไม่ได้ร้องท่อนแรกเลยด้วยซ้ำ ก็กดปุ่ม Stop ... คือ มันดูไม่ไหวแล้วน่ะ น้ำตามันเอ่อจนจะไหลแล้ว ความรู้สึกมันเต็มจนล้น ยิ่งเป็นเพลงที่เราเอาไปร้อง cover ด้วยแล้ว ... มันก็ยิ่งทำให้รู้สึกมากขึ้น ความรู้สึกทุกๆอย่างรวมกัน ทั้งเจ็บปวด ตื้นตัน เป็นสุข แล้วก็เศร้า จนไม่สามารถที่จะฟังมันได้อีก ... ความรู้สึกที่มีต่อพวกเค้า มันมากมายเกินไป เกินขีดจำกัดที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต คุณไม่มีวันเข้าใจ เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณเอง ...
จงรัก และภักดี ทุ่มเทอย่างสัตย์ซื่อ
ศรัทธาจนหมดหัวใจ ... I believe I found my God ... 8 janvier Private #13 : Just Married!เมื่อคืนไปงานแต่งงานเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยด้วยกัน รุสึกว่าแก่ๆยังไงชอบกลแฮะ -.-* เผลอแป้บเดว เพื่อนฝูงก้อไปเปนฝั่งเปนฝากันซะหลายคู่แระ เหมือนกับคบกันไม่นาน แต่พอนับเข้าจริงๆ ก็เกือบ11ปีแล้วนะเนี่ย คู่นี้มันก้อคบกันมาได้ประมาณ 8-9 ปีได้แล้วล่ะ เมื่อคืนรุสึกว่าจะแต่งตัวเรียบร้อย(เป็นสาว)ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาเลยนะเนี่ย ขำตัวเองเหมือนกันอ่ะ ปกติเถื่อนๆซะเคย แต่ถึงจะสาวแตกแค่ไหนก็ไม่วายรั่ว 555555
ยินดีด้วยนะ บี + อ่ำ ขอให้มีความสุขนะเพื่อน รักกันนานๆ แล้วก้อมีลูกทันใช้ล่ะ ส่วนกู ... คงต้องรอประเทศชาติออกกฏหมายให้เพศเดียวกันแต่งงานกันได้ก่อนละกันนะ แล้วเมิงค่อยไปงานแต่งกู เหอะๆๆๆๆ
6 janvier Private #11 : Along the roadก้อขับรถไปเรื่อยเปื่อย เวลาไม่สบายใจ เข้าหาธรรมชาติก็ช่วยได้เหมือนกันล่ะ มองถนนโล่งๆที่ทอดยาวไปเรื่อยๆ แล้วก็คิดว่า โลกนี้ยังมีอะไรที่สวยงามอยู่เหมือนกัน ละสายตาจากคนอื่น แล้วมามองสิ่งที่อยู่รอบข้างดูบ้าง ก็สบายใจดี นานๆจะได้ถ่ายรูปคู่กะแม่ซะทีนะ เป็นความทรงจำสั้นๆ ที่ดีอีกวันนึง...
place : ไร่ดอกทานตะวัน บนถนนสายเปลี่ยว & เขื่อนป่าสักฯ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|